Perfil de ^^NamFa"Y"PhakamatFotosBlogListasMais Ferramentas Ajuda
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Aguarde...
O comentário que você inseriu é muito longo. Reduza-o.
Você não inseriu nada. Tente novamente.
Não será possível adicionar o seu comentário agora. Tente novamente mais tarde.
Para adicionar este comentário, você precisa da permissão de seu responsável. Pedir permissão
Seu responsável desativou os comentários.
Não será possível excluir seu comentário agora. Tente novamente mais tarde.
Você excedeu o número máximo de comentários que podem ser deixados por dia. Após 24 horas, tente novamente.
O recurso que permite o envio de comentários foi desabilitado porque o nosso sistema indica que talvez você esteja enviando spam para outros usuários. Se você acredita que isso foi um erro, contate o suporte do Windows Live.
Complete a verificação de segurança a seguir para concluir o envio do comentário.
Os caracteres digitados na verificação de segurança devem coincidir com os de áudio ou imagem.

^^NamFa"Y"

Ocupação
Interesses
Nenhum item da lista foi adicionado ainda.
Foto 1 de 12

Phakamat

สุดเส้นทาง...ปลายขอบฟ้าชะตาได้กำหนด
31 de outubro

อย่ารอให้รักจากไป แล้วจึงเข้าใจว่ารักกัน

 

 

หัวใจสีแดง อย่ารอให้รักจากไป แล้วจึงเข้าใจว่ารักกัน หัวใจสีแดง


ตรงนั้นกับที่ตรงนี้

เพราะสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตเรามีหลายด้าน
บ่อยครั้งเราเกิดสับสนว่าจะรักษาอะไรไว้
จะเลือกอะไรดี “ระหว่างชีวิตกับความรัก”
เราไม่จำเป็นต้องเลือก
เพราะสองอย่างสำคัญเท่ากัน
เพียงแต่…
“ที่ตรงนั้นกับที่ตรงนี้
ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน”

………………………………

ถ้าเรารู้จักใช้ชีวิต
เราก็จะรู้วิธีรักษาและดูแลชีวิต
และถ้าเรารู้จักคนรักและความรักอย่างแท้จริง
เราจะรู้จักวิธีประคับประคอง ดูแลรักษา
ให้ความรักเดินไปพร้อมๆ กับด้านอื่นๆ ได้

แล้วถ้าเราเข้าใจทั้งสองด้านได้มากพอ
เราจะไม่รู้สึกเหนื่อยที่ต้องแบกชีวิต
พร้อมกับดูแลความรักให้ดีอยู่เสมอ
เพราะแท้จริงแล้วทั้งสองสิ่ง
ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน

“ชีวิตอาจต้องการการทุ่มเท

แต่ความรักต้องการความใส่ใจ

อารมณ์เป็นใหญ่

เรามักอดทนคนทั้งโลกได้
เพราะเราไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
แต่คนคนเดียวในโลก
ที่เรามักทนไม่ค่อยได้นั่นคือคนรักของตัวเอง

………………………………

ยิ่งเรารู้ว่าใครรัก เราจะยิ่งตามใจตัวเองมากขึ้น
เพราะรู้ว่าทำอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเกลียดเราได้
เราจึงใช้อารมณ์กับคนรักเสมอ
ทั้งๆ ที่ใจจริงก็ไม่ได้อยากทำ
แต่ด้วยความเคยชิน เราจึงพลั้งเผลอ
พอรู้ตัวก็รู้สึกผิด แล้วก็บอกกับตัวเองว่า
“ฉันจะอารมณ์เสียใส่เธอเป็นครั้งสุดท้าย”
แต่ก็ไม่เคยสุดท้ายได้จริง
เพราะประมาทจึงทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

บางทีเราอาจไม่รู้ตัวว่านาทีที่เราร้ายนั้น
เขาคิดอะไรอยู่ …
และคงน่าเสียดาย …
หากเราต้องเสียใจไปตลอดชีวิต
“เมื่อเราบอกกับตัวเองว่า
เราจะใช้อารมณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
แต่เขากลับคิดในใจคนเดียวเงียบๆ
ว่าเขาจะทนเราเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกัน”

ผลลัพธ์ในแง่ลบ

“สิ่งที่ทำให้คนเราเสียใจมากที่สุด
เมื่อถูกรักทำร้ายก็คือ
ที่ผ่านมาเราเองก็ทำบางสิ่งบางอย่างผิดไป
และความผิดนั้นก็ทำให้เราเสียใจมากยิ่งกว่า
ความร้ายกาจของอดีตคนรักเสียอีก”

เมื่อเกิดช่องว่างระหว่างความรัก
เป็นโอกาสให้สิ่งต่างๆ เข้ามาแทรกตรงกลาง
ให้ต่างคนต่างห่างกันมากขึ้นไปอีก
บางทีเหตุการณ์นี้ก็ยากเหมือนกัน
ที่จะหาคนทำผิด
 

เพราะปัญหาที่เกิด ไม่ว่าจะเรื่องการนอกใจ
รักไม่เหมือนเดิม หรือะไรก็ตาม
บางทีต้นเหตุของปัญหา
อาจไม่ใช่ที่ใครคนใดคนหนึ่งทำผิด
แต่อยู่ที่ต่างคนต่างก็ผิดด้วยกันทั้งคู่
แม้ในยามที่เราถูกทำร้าย
ถ้ามองด้วยสายตา เขาอาจเป็นคนผิด
แต่ถ้ามองด้วยหัวใจ
เราจะเห็นว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรผิดไปบ้าง

“ ถ้าระหว่างที่คบกัน เราทำทุกอย่างเต็มที่
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่เสียใจเลย
เพราะที่ผ่านมาเราทำดีที่สุดแล้ว”

ใครสักคน

ใครสักคน..........กำลังใช้ความคิด
ใครสักคน...ที่มีค่าแก่การรอคอย...

ใครบางคน...ที่มีค่าพอให้รอคอยการรอคอย ... เป็นเรื่องที่ทรมาน

โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน

เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมง

และเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...

 

จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น

ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ

เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเอง พอๆ กับความอ่อนไหว

 

เป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึก

พิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก วัดการกระทำ...

ความเสมอต้นเสมอปลาย และความอดทน

ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่

 

การอยู่ห่างกัน... จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็ง

ต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ

ที่คอยรบกวน...และคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง

 

เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า

คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน

 

มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

และคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอย

กลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...

 

เพราะฉะนั้น...

ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดา

และคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่า

 

เวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก จะต้องใช้เวลาเนิ่นนาน

และสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลา

ที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้

ย่อมเกิดค่ามหาศาล ...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้

หากรู้ว่าเป็นใครสักคน ...ที่มีค่าแก่การรอคอย...

โลกและสีของความรัก...

กว่าจะได้รู้จักโลกสีเทา ...

เราต้องเข้าใจสีขาว กับสีดำให้มากพอ

เราจึงจะรู้จักวิธีผสมสองสีที่สุดโต่ง

ให้กลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน...

โลกของความรักเป็นโลกที่มีความแปลกแยกมากที่สุด

ถ้ามองด้วยตาเปล่า เราจะเห็นแต่สีชมพูอยู่ในนั้น

แต่จะไม่มีใครมองเห็นได้ทันที

ว่าโลกของความรักมีอีกสองสีที่ซ่อนอยู่

นั่นคือขาวที่สุด! และดำที่สุด!...

ถ้าเราเรียนรู้ที่ด้านสีขาวก่อน...

เราจะรักใครเพียงเพื่อเติมความสุขให้ชีวิตเท่านั้น

จนกว่าจะเดินมาเจอสีดำในอีกด้านหนึ่ง

แต่ถ้าเราเรียนรู้ที่ด้านสีดำก่อน...

เราจะรักด้วยหัวใจที่เติมไม่เต็ม

จนกว่าจะเดินมาเจอสีขาวในอีกด้านหนึ่ง

 "ถ้าคนสองคนต่างก็เป็นสีขาวกับสีขาวมาเจอกัน   เราจะคาดหวังในกันและกันสูง

แค่ขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็สะเทือนถึงหัวใจ"

และในขณะเดียวกัน...

 "ถ้าคนสองคนต่างเป็นสีดำกับสีดำมาเจอกัน  เราจะรักกันบนความหวาดระแวง

แค่หันไปมองข้างหลังเพียงเล็กน้อย  ความเชื่อมั่นใจกันและกันจะหายไป

และก็ทำให้กันและกันเจ็บอีก"

ถ้าเราต่างเดินผ่านทั้งสีขาวและสีดำมาแล้ว...

เราจะรักกันด้วยหัวใจที่เป็นอิสระ

ไม่ว่าจะหันซ้าย หันขวา หรือว่าออกเดินทางเพียงลำพัง

เราจะยังเป็นความอบอุ่นของกันและกันเสมอ...

เพราะเราต่างก็รู้ ไม่ว่าจะเลือกยืนอยู่ในสีไหน ?...

ล้วนทำให้เราเจ็บได้ไม่ต่างกัน..

 "เราจึงจะเรียนรู้ที่จะจูงมือกันไปยืน  ณ. จุดกึ่งกลาง

ผสมผสานสีดำกับสีขาวอย่างละครึ่ง

เพื่อเรียนรู้ความรักบนโลกแห่งความจริง

ที่ไม่ได้มีแค่สุขหรือทุกข์เพียงด้านเดียว "...

06 de setembro

สุดที่รัก

           เกาะที่มีต้นปาล์ม ...สุดที่รัก...ใส่แว่น
 
   เพียงเวลาแค่ไม่นาน ทำให้เราได้คุ้นเคย
สุขและทุกข์ที่ล่วงเลย มันทำให้เรายิ่งผูกพัน
แต่เวลาคือสิ่งเลวร้ายอยู่เช่นกัน
เวลาชั่งแสนสั้น มันทำให้เราต้องจากกัน
สุดเส้นทางปลายขอบฟ้า ชะตาได้กำหนด
ไม่อาจจะพบกัน แต่ตัวฉันไม่เคยจะลืมเธอ
กล้องถ่ายรูป ภาพเก่าคืนย้อนมา จุดจบคือน้ำตา
และรักที่ยังไม่เคยจางหาย
   แม้ว่าวันนี้เธอจะอยู่แสนไกล
แต่ความทรงจำดีๆ นั้นไม่เคยจางหาย
ตราบที่ ดาวเต็มฟ้า เธอยังคงวนเวียนใน...หัวใจสีแดง...
หลับให้สบาย สักวันคงพบกัน
สุดที่รัก.......หัวใจสีแดง........
28 de agosto

ความเหงา

กุหลาบเฉา ความเหงากุหลาบเฉา 
    ตอนนี้นั่งอยู่หน้าคอม ไม่มีเรียน ไม่รู้จะทำอะไร รู้สึกว่าชีวิตตอนนี้มันเหงา ๆ ยังไงบอกไม่ถูก เหงา เบื่อ เหนื่อย..........และอีกมากมายที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ทำไมมันเหงาแบบนี้นะ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เคยอยู่คนเดียวมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกว่าอยากมีใครสักคนมาแบ่งปันความเหงาเหล่านี้ไปบ้าง อยากคุยกับใครสักคน อยากมีใครสักคนมาเติมเต็มให้ฉันมีชีวิตชีวามากกว่านี้ ตอนนี้ชีวิตมันเหมือนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา ไม่มีแสงแดดส่องถึง ไม่มีฝนตกลงมาคอยให้ความชุ่มชื้น ไม่มีคนมารดน้ำ ไม่มีแม้แต่คนมาพรวนดินใส่ปุ๋ย  และอีกไม่นานมันก็คงจะตาย....ใครเป็นแบบฉันในตอนนี้บ้าง หรือมีฉันเพียงลำพังที่รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเช่นนี้.......